อาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน เกิดจากอะไร ?

ฟรี คลังภาพถ่ายฟรี ของ การพักผ่อน, นอนหลับ, ปวดหัว คลังภาพถ่าย

อาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน หรือเมาการเดินทางทุกรูปแบบ เป็นปัญหาหนักใจของคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ แต่อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคนขับ แต่จะเกิดขึ้นกับคนนั่งเสียมากกว่า นั่นเป็นเพราะระบบประสาททรงตัวของเราทำงานอย่างไม่สมดุล เนื่องจากอาจได้รับแรงกระตุ้นมากเกินไป เช่น นั่งรถที่ขับเหวี่ยงไปมา นั่งเรือที่โยนไปมาตามลูกคลื่น นั่งเครื่องบินที่มีแรงกดอากาศต่ำ หรือการมองภาพข้างหน้าที่แกว่งไปมา เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัว จนการเดินทางนั้นหมดสนุกไปเลย

ในแต่ละคนจะมีอาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน ที่แตกต่างกันไปตามความแข็งแรงของระบบประสาทในร่างกาย แต่อาการ ‘เมา’ ที่คนส่วนใหญ่ต้องพบเจอ คือ คุณจะรู้สึกไม่สบายท้อง เหงื่อออก คลื่นไส้ อยากอาเจียน หลายคนจะมีอาการปวดหัว เวียรศีรษะร่วมด้วย เมื่อได้กลิ่นอาหารจะรู้สึกคลื่นไส้ จนเบื่ออาหารในที่สุด ไม่เพียงเท่านี้ยังมีอาการเหนื่อยล้า ผิวซีด หายใจตื้นขึ้น มีปริมาณน้ำลายเพิ่มขึ้น หนักสุดอาจถึงขั้นสูญเสียการทรงตัว

โดยทั่วไปแล้วอาการเมารถมักไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการอาเจียนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป อาจส่งผลให้ร่างกายมีภาวะเกลือแร่ไม่สมดุล ลและขาดน้ำได้ หากไม่รีบรักษาให้อาการดีขึ้น จากที่เป็นแค่อาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบินธรรมดา อาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพขั้นรุนแรง เช่น ความดันโลหิตต่ำ ที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่อาการอื่นๆ เช่น มีความวิตกกังวลสูง ทำให้มีภาวะโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน

เมื่อมีอาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน สามารถแก้ไขได้อย่างไร มาดูกัน

  1. ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทางประมาณ 6-8 ชั่วโมงอย่างต่ำ หลีกเลี่ยงการปาร์ตี้ที่ต้องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่หนัก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ปวดหัว นำไปสู่ภาวะวิตกกังวลที่เชื่อมโยงไปยังอาการเมารถได้
  2. สำหรับคนที่เมายานพาหนะบ่อยๆ หรือรู้สึกเวียนหัวแทบทุกครั้งเวลาต้องเดินทาง ก่อนออกเดินทางประมาณ 30 นาที ควรรับประทานยาแก้เมารถให้เรียบร้อย เพราะฤทธิ์ของยาจะทำให้รู้สึกง่วงและหลับไป คุณจึงไม่ต้องเผชิญสภาวะแรงเหวี่ยงของยานพาหนะ แต่ถ้าต้องเป็นคนขับรถไม่ควรรับประทานยาตัวนี้โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ง่วงเพลียหนักมาก เสี่ยงอันตรายขณะเดินทาง
  3. ไม่ว่าจะนั่งรถหรือเรือ ควรเลือกที่นั่งให้เหมาะสม รู้สึกสบายตัวที่สุด ถ้าเปิดกระจกได้ก็ควรเปิดด้วย เพื่อเปิดรับอากาศถ่ายเทมากยิ่งขึ้น และถ้าหากต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน ควรเลือกที่นั่งติดหน้าต่างเพื่อให้เห็นวิวสบายตา พักสายตาได้ ไม่รู้สึกอึดอัด
  4. หลีกเลี่ยงการทำงาน อ่านหนังสือ ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขณะเดินทาง เพราะยานพาหนะที่เหวี่ยงไปมาจะทำให้สายตาโฟกัสกับตัวอักษรหรือภาพตรงหน้าหนักเกินไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก กระตุ้นการบีบรัดมากขึ้น นอกจากนี้ควรสวมแว่นกันแดด เพื่อลดภาวะไม่สบายตัวที่ทำให้รู้สึกเมาระหว่างเดินทางได้
  5. ก่อนเดินทางควรรับประทานให้อิ่มท้องแบบพอดี ไม่อิ่มมากจนเกินไป และควรเลี่ยงอาหารจำพวกของทอดหรืออาหารที่เป็นกรด เพราะอาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้ กระตุ้นความอยากอาเจียนได้

แต่ถ้าหากเกิดอาการเมารถแล้ว ให้คุณตั้งสติ หลับตา และกำหนดลมหายใจ โดยการหายใจเข้าออกลึกๆ เลี่ยงการมองรถที่สัญจรไปมา หรือสิ่งที่เคลื่อนไหวบนท้องถนน เพราะจะยิ่งทำให้รู้สึกคลื่นไส้ได้ ในขณะเดียวกันหากมีเพื่อร่วมเดินทาง อาจหันไปพูดคุย หรือเปิดเพลงเพราะๆ ฟัง เพื่อเบี่ยงเบนความวุ่นวายตรงหน้า และถ้าหากรู้ตัวว่าเมารถหนักมาก ควรขอคนขับรถแวะจอดในจุดพักรถสักพักหนึ่ง เพื่อผ่อนคลายอิริยาบถให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

นอกจากจะเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในเรื่องการพักผ่อน การทานยา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรมีติดตัวขณะเดินทางคือ ‘ประกันสุขภาพ’ ที่ให้การคุ้มครองดูแลคุณเรื่องค่ารักษาพยาบาลอย่างอุ่นใจ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไกลแค่ไหน แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์เมารถ หรือนำไปสู่ภาวะอันตรายเฉียบอย่างไม่ทันตั้งตัว ก็มีประกันคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือว่าลดความเสี่ยงทั้งในเรื่องสุขภาพ และค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวได้

สำหรับใครที่สนใจอยากทำประกันสุขภาพ สามารถเข้ามาเลือกดูรูปแบบประกันที่เหมาะสมกับคุณได้ที่เว็บไซต์ https://rabbitcare.com/ หรือโทร. 1438 ฝ่ายบริการลูกค้าที่พร้อมดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 

 

 

 

อาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน เกิดจากอะไร ?
Scroll to top